พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ 3) ยกระดับการดูแลสาธารณูปโภคหมู่บ้านจัดสรร คุ้มครองผู้ซื้อ มีผล 1 มีนาคม 2569
รัฐบาลประกาศใช้ พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2568 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้ซื้อที่ดินจัดสรร และกำหนดมาตรการกำกับดูแลผู้จัดสรรที่ดินให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้สอดคล้องกับหลักการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 มาตรา 37 และมาตรา 40 ซึ่งกำหนดให้การจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลต้องดำเนินการโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย และต้องมีความจำเป็นอย่างเหมาะสม
สาระสำคัญของการแก้ไขกฎหมาย
1. เพิ่มมาตรฐานการดูแลสาธารณูปโภคในโครงการจัดสรร
กฎหมายกำหนดให้สาธารณูปโภคภายในโครงการ เช่น ถนน สวนสาธารณะ และสนามเด็กเล่น ต้องอยู่ภายใต้ ภาระจำยอมเพื่อประโยชน์ของผู้ซื้อที่ดิน และผู้จัดสรรต้องดูแลรักษาให้คงสภาพมาตรฐาน ไม่ให้เสื่อมลงจากเดิม
นอกจากนี้ ผู้จัดสรรต้องจัดให้มี สัญญาค้ำประกันการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคกับธนาคารหรือสถาบันการเงิน เพื่อสร้างหลักประกันให้กับผู้ซื้อในโครงการ
2. กำหนดเงื่อนไขการพ้นหน้าที่ของผู้จัดสรรให้ชัดเจน
ผู้จัดสรรที่ดินจะพ้นจากหน้าที่บำรุงรักษาสาธารณูปโภคได้เมื่อเกิดกรณีใดกรณีหนึ่งต่อไปนี้
- ผู้ซื้อจัดตั้ง นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เพื่อรับโอนทรัพย์สินสาธารณูปโภค
- ผู้จัดสรรดำเนินการ อุทิศทรัพย์สินให้เป็นสาธารณประโยชน์
พร้อมทั้งต้องส่งมอบเงินค้ำประกันให้กับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามกรณี
3. เพิ่มสิทธิให้ผู้ซื้อสามารถดำเนินการจัดตั้งนิติบุคคลได้
ในกรณีที่ผู้จัดสรรไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ผู้ซื้อ ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนแปลงที่ขายแล้ว สามารถรวมตัวกันยื่นคำขอจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้ด้วยตนเอง
มาตรการนี้ช่วยเพิ่มอำนาจให้ผู้ซื้อสามารถบริหารจัดการหมู่บ้านได้โดยไม่ต้องรอผู้จัดสรร
4. ปรับหลักเกณฑ์การเก็บค่าส่วนกลาง
กฎหมายเปิดทางให้การจัดเก็บ ค่าส่วนกลาง สามารถกำหนดอัตราที่แตกต่างกันได้ ตาม
- ประเภทการใช้ประโยชน์ของที่ดิน
- ขนาดพื้นที่ของแต่ละแปลง
ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางกำหนด
5. เพิ่มบทลงโทษกรณีฝ่าฝืนคำสั่ง
ผู้จัดสรรที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน อาจถูกลงโทษปรับตั้งแต่ 50,000 – 100,000 บาท และอาจถูกปรับเพิ่มเติมรายวันจนกว่าจะดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง
ยกระดับมาตรฐานโครงการจัดสรรและคุ้มครองผู้ซื้อ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า การปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้จะช่วยสร้างความชัดเจนในหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้จัดสรรที่ดิน ลดข้อพิพาทในโครงการหมู่บ้านจัดสรร และเพิ่มหลักประกันให้ผู้ซื้อได้รับความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น
รัฐบาลมีเป้าหมายในการยกระดับมาตรฐานการจัดสรรที่ดินให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และคุ้มครองสิทธิของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
แหล่งข่าว
https://news.ch7.com/detail/858818
